หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

อัตลักษณ์ขององค์กร

ประวัติความเป็นมา

         สมัยสงครามโลกครั้งที่  2  ยายเปื้อง  ปิ่นทอง ซึ่งทำงานเป็นหมอนวดแผนโบราณอยู่ในวัง สมัยนั้นได้เรียนรู้วิธีการทำอาหารสูตรตำรับชาววัง และเมื่อครั้งคุณยายเปื้อง  ปิ่นทองได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน ได้ทำท๊อฟฟี่กะทิถั่วสูตรชาววังให้ลูกหลานกิน  เมื่อลูกหลานได้ชิมซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคุณแม่บุญนำ  เมื่อชิมเกิดความรู้สึกว่าอร่อยถูกใจ จึงได้เรียนรู้สูตรการทำอาหารตำรับชาววังจากยายเปื้อง   หลังจากคุณแม่บุญนำได้เรียนรู้สูตรการทำอาหารรวมทั้งการทำท๊อฟฟี่กะทิถั่ว แล้วจึงได้เริ่มทำและทดลองออกขายตามหมู่บ้าน จนกระทั่งคุณแม่บุญนำอายุมากแล้วจึงได้ถ่ายทอดสูตรในการทำท๊อฟฟี่กะทิถั่วและอาหารตำรับชาววังให้ลูกหลานต่อไป  ซึ่งได้แก่  คุณรัชฎา  สกุลอัญมณี

     ต่อมาปี พ.ศ. 2542  คุณรัชฎา  สกุลอัญมณี  ได้ทำท๊อฟฟี่กะทิถั่วสูตรโบราณ ที่ได้ถ่ายทอดสูตรมาจากคุณแม่บุญนำออกขายมาเรื่อยๆ จนกระทั่ง ปี  2544  จึงได้จัดตั้งกลุ่มโดยใช้ ชื่อกลุ่มว่า “ กลุ่มสตรีอาสาพัฒนาตำบลบ้านใหม่” โดยมีผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเป็นท๊อฟฟี่กะทิถั่ว  ถั่วทอด และถั่วทอดกลอย  เป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกของกลุ่ม ในปี  2547 ได้ลงทะเบียนผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ OTOP และเข้าร่วมคัดสรรผลิตภัณฑ์  OTOP ได้ระดับ  3 ดาว
ในปี 2550  ได้พัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานโดยการขอมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน  มาตรฐานอาหารและยา  และจัดทำระบบ GMP โดยได้รับงบประมาณในการให้คำปรึกษาแนะนำในการจัดทำระบบจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และได้รับการอนุญาตให้ใช้บาร์โค้ดกับผลิตภัณฑ์  ในกลุ่มยังผลิตทองม้วน  ถั่วทอด ถั่วทอดกลอย  ขนมเบเกอรี่ต่าง ๆ  และสามารถทำผัดไทโบราณได้อีกด้วย   ในปี 2552 – 2553  ได้ส่งผลิตภัณฑ์เข้าคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์  ได้ระดับ 4 ดาว

    ท๊อฟฟี่กะทิถั่ว  ได้มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายจึงคิดทำท๊อฟฟี่ให้มีหลายรสชาติ ได้แก่  รสกะทิ  รสกะทิถั่ว รสทุเรียน รสขิง  รสงาดำ   ให้เป็นที่ต้องการของตลาดและสามารถเพิ่มลูกค้าได้หลากหลาย

 อัตลักษณ์(เอกลักษณ์)จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

เอกลักษณ์ท๊อฟฟี่กะทิถั่ว  เป็นสูตรชาววังที่ได้ถ่ายทอดจากรุ่นยายสู่รุ่นลูกและหลาน สืบทอดกันมาจน               กระทั่งปัจจุบัน ยังคงรักษาสูตรดั้งเดิมไว้  ไม่มีสารกันบูด ไม่เหนียวติดฟันเวลารับประทานทำให้เพลิดเพลินจนไม่รู้สึกตัวจนกระทั่งหมด  มีการห่อ  2  ชั้น ชั้นแรกห่อด้วยพลาสติกใสชั้นที่สองก่อด้วยกระดาษแก้วหลากหลายสีซึ่งรักษาเอกลักษณ์และจุดเด่นของท๊อฟฟี่กะทิถั่วโบราณ และมีรูปสตรีนุ่งห่มผ้าแบบโบราณเป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์



กลุ่มผู้ประกอบการ
                กลุ่มผู้ผลิต : กลุ่มสตรีอาสาพัฒนาตำบลบ้านใหม่
                สถานที่ผลิต : บ้านเลขที่  33  หมู่ที่ 1  ตำบลบ้านใหม่  อำเภอท่าม่วง   จังหวัดกาญจนบุรี  71110
                โทร :   080-7766403
                ประธานกลุ่ม : นางชวัลรัตน์  สกุลอัญมณี
                สถานที่ตั้งกลุ่ม : บ้านเลขที่  33  หมู่ที่ 1  ตำบลบ้านใหม่  อำเภอท่าม่วง   จังหวัดกาญจนบุรี  71110
                โทร :   080-7766403

แหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์
                ศูนย์  OTOP เฉลิมพระเกียรติฯ หน้าศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี
                ศูนย์  OTOP องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี
ร้านของฝากแม่บัวคำ
                โรงงานวุ้นเส้นท่าเรือ
ออกร้านแสดงสินค้า OTOP ในหน่วยงานราชการต่าง ๆ ในจังหวัดและต่างจังหวัด
 












Generation

 การศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องของ Generation นั้นเป็นเรื่องที่มีผู้ให้ความสนใจและทำการศึกษากันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางสังคมศาสตร์ เช่น สาขาที่เกี่ยวข้องกับสังคมวิทยา ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการตลาดและนิเทศน์ศาสตร์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ พฤติกรรมผู้บริโภค เป็นต้น โดยมุมมองและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ Generation นั้นจะมีผู้ที่จำแนกแบ่งออกเป็นรุ่นต่างๆ มากมาย ดังเช่นในสหรัฐฯ มีผู้แบ่ง Generation ออกเป็น 7 Generation ตั้งบุคคลที่เป็นผู้ใหญ่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 จนมาถึงปัจจุบัน โดยแบ่งออกเป็น

1) Lost Geration,
2) Gratest Generation
3) Baby Boomers
4) Generation Jones
5) Generation X
6) Generation Y
7) New Silent Generation

Generation X คือ กลุ่มคนที่อายุ 29-43 ปี มีลักษณะพฤติกรรมชอบอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเป็นทางการให้ความ สำคัญกับเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว (Work-life Balance) มีแนวคิดและการทำงานในลักษณะรู้ทุกอย่างทำทุกอย่างได้เพียงลำพัง ไม่พึ่งพาใคร มีความคิดเปิดกว้าง พร้อมรับฟังข้อติติง เพื่อการปรับปรุงและ พัฒนาตนเอง

ในด้านการทำงาน ยิฟฟี่ หรือ gen X จัดว่าเป็นกลุ่มที่มีความตั้งใจและความทะเยอทะยาน เพราะเกิดมาในยุคที่การแข่งขันสูง (เทียบดูกับประวัติศาสตร์ก็คือ ยุคอุตสาหกรรมเศรษฐกิจเฟื่องฟูหลังสงครามอะไรทำนองนั้น) แต่ด้วยเอกลักษณ์ที่ว่าคนรุ่นนี้รักอิสระ ยิฟฟี่จึงรู้จักจัดสรรเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนให้คล่องตัว และเริ่มยืดชีวิตโสดของตัวเองออกไป

ในด้านการใช้จ่ายเงินนั้น เหล่ายิฟฟี่กลับมีความรอบคอบในการใช้จ่ายเงินตรามาก ในงานวิจัยจัดว่าเป็นกลุ่มที่ใช้เงินเป็น อะไรที่ไม่จำเป็นจริงๆก็ไม่ซื้อ แต่อะไรที่จำเป็น ถึงจะแพงแค่ไหน ก็ควักตังค์จ่ายได้โดยไม่ลังเล และเพราะความระมัดระวังในการจัดการรายรับรายจ่ายนั้น การเข้ามาของเทคโนโลยีก็มิได้ทำให้คนรุ่นนี้ถึงกับเพ้อคลั่งนั่งเล่น คอมพิวเตอร์ข้ามวันข้ามคืนเหมือนเด็กรุ่นใหม่บางคน แต่เขาจะใช้เพื่อการทำงานและเพื่อความสะดวกสบายเท่านั้น

Generation Y (Why I was born?)

gen Y คือ ผู้ที่กำลังก้าวเข้ามาสู่วัยทำงาน
หากดูจากหลายๆตำราแล้ว gen Y จะจัดเป็นกลุ่มคนอายุตั้งแต่ 15 - 30 ต้นๆ เป็นกลุ่มคนที่เกิดมาพร้อมกับความสงสัย เป็นรุ่นลูกของ gen X และมีปู่ย่าตายายเป็น gen B เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เกิดมาด้วยความเพียบพร้อม และความสับสน

ปัจจุบันนี้ผู้บริโภคแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้ คือ
1.กลุ่ม Gen-B
Generation Boomer หรือ Baby Boomer Generation มีอายุปัจจุบันในช่วง
40-63 ปี ปัจจุบันนักการตลาดในหลายๆ ประเทศเน้นทำการตลาดกับกลุ่มนี้
เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ มีกำลังซื้อ มีศักยภาพในการบริโภคสินค้า
มีทัศนคติที่ดีต่อการซื้อจับจ่ายใช้สอยสินค้าเพื่อตัวเองและบุคคลใกล้ชิด
2.กลุ่ม Gen-X
Generation X มีอายุปัจจุบันอยู่ในช่วง 34-39 ปี บางตำราอาจกำหนดอายุของ
ผู้บริโภคกลุ่มนี้ไว้ต่ำถึงคนที่มีอายุ 26 ปี ในประเทศไทยเคยแบ่งกลุ่มนี้เป็น
กลุ่มย่อยเรียกว่า "Yuppies" เป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่กล้าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
ทำงานในลักษณะใช้ความคิด สมาชิกหลักในครอบครัวทำงานทั้งสองคน
ใช้ชีวิตแบบทันสมัย
3.กลุ่ม Gen-Y
Y Generation หรือ Why Generation อายุระหว่าง 25-33 ปี เป็นผู้ที่เกิดมา
พร้อมความสงสัยในความต่างทางความคิดของ Gen-B ที่อาจจะเป็นญาติ
ผู้ใหญ่ในครอบครัว และ Gen-X ผู้ซึ่งอาจจะเป็นผู้ให้กำเนิด ในขณะที่สมาชิก
Gen-B ในบ้านอาจเรียกร้องให้ Gen-Y ทำตัวอยู่ในกรอบ แต่ Gen-X กลับ
กระตุ้นให้ Gen-Y เป็นตัวของตัวเอง และท้าทายสิ่งที่เป็นอยู่เดิม Gen-Y จึงมัก
จะสับสน แต่ก็มีความต้องการที่จะสำเร็จในทุกอย่างที่สนใจอย่างรวดเร็ว
โดยทั่วไปแล้ว Gen-Y เป็นผู้บริโภคที่ใจร้อน ต้องการเห็นผลสำเร็จทุกอย่าง
อย่างรวดเร็วเนื่องจากเชื่อในศักยภาพของตนเอง กลุ่มคน Gen-Y เชื่อว่า
การประสบความสำเร็จในชีวิตจะเกิดขึ้นต้องทำงานหนัก ทำให้มีการแต่งงาน
ช้าลง ไม่ถึง 30 ไม่แต่ง ถ้ามีแฟนแล้วแฟนมีอุปสรรคกับงาน ก็จะเลิกกับแฟน
เลือกงาน คนกลุ่มนี้มักเปลี่ยนงานบ่อย มีเครดิตการ์ด>1ใบ ใช้บริการประเภท
Personal Credit มากขึ้น
4.กลุ่ม Gen-M
Gen-M หรือ Millennial Generation (ในบางตำรา Gen-M ถือว่าเป็นกลุ่มเดียว
กับ Gen-Z) หมายถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นเยาว์ ซึ่งอายุปัจจุบันในช่วง 18-24 ปี
บางตำราอาจครอบคลุมต่ำกว่า 18ปี บ้างก็เรียกคนกลุ่มนี้ว่า "เด็กแนว"
ผู้บริโภคกลุ่มนี้ เป็นผู้บริโภคที่เกิดมาและได้รับการดูแลเสมือนเป็นไข่ในหิน
ผู้ปกครองทุกคนในครอบครัวซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มอื่นๆ ได้แต่พร่ำสอนและ
ดูแลเพื่อไม่ให้สมาชิกในกลุ่มนี้ต้องตกอยู่ในอำนาจของสิ่งยั่วยุและยั่วยวน
ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในอดีต เช่น รายการทีวีมอมเมา บันเทิงยั่วยุอารมณ์
พฤติกรรมก้าวร้าว การตั้งครรภ์ในวัยไม่สมควร ฯลฯ
Gen-M จึงจัดได้ว่าเป็นผู้บริโภคแห่งความหวัง (Generation of Hope)
ที่ผู้ใหญ่หวังว่าจะมีชีวิตอยู่และแก้ไขความผิดพลาดที่ตนเคยทำในอดีต
คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับคอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ ไม่ชิบเป็นลูกจ้าง
มีความต้องการเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็ก มีความอิสระในตัวเองค่อน
ข้างสูง มีแนวทางเป็นของตัวเองชัดเจน ไม่เหมือนใคร และไม่อยากให้
ใครเหมือน...

ที่มา:

ที่มา : หนังสือหลักการโฆษณาประชาสัมพันธ์และการสื่อสารเพื่อการพัฒนา
อย่างมีประสิทธิภาพ
โดย : อาจารย์ณัฐนันท์ ศิริเจริญ
 

ที่มา:

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สรุปการดำเนินงาน


โครงการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้า เรื่องแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้แก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวโพดหวานพร้อมดื่ม ของจังหวัดกาญจนบุรี ในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการการส่งเสริม
การผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอป และการบริหารจัดการชุมชนเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี โดยใช้ลักษณะการออกแบบและโทนสีที่ใช้ในงานออกแบบมีความสัมพันธ์และต่อเนื่องเป็นโทนชุดสีเดียวกันทั้งหมด โดยเป็นสีในโทร สว่าง เหลือง-เขียว สื่อถึงความสดใหม่และสดชื่นร่มเย็น และสะอาดตาดูดีต่อสุขภาพ การออกแบบอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยง่ายต่อการจดจำ
การออกแบบฉลากบนบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับตัวบรรจุภัณฑ์และตัวผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวโพดหวาน
การออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง การออกแบบสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อกระตุ้นยอดขายสินค้า การออกแบบสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ณ จุดขายสินค้าเพื่อเป็นที่สุดตา และดึงดูใจ
13.ระเบียบวิธีวิจัย/วิธีศึกษาวิจัย/การเก็บข้อมูล: Methodology
                ในการทำวิจัยเรื่องการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้า เรื่อง แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้แก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวโพดหวานพร้อมดื่ม ของจังหวัดกาญจนบุรี ในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอป และการบริหารจัดการชุมชนเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรีผู้วิจัยได้วางแนวทางการศึกษาวิจัยและพัฒนาผลงานออกแบบไว้ดังนี้คือ
1.ขั้นการวางแผนก่อนการผลิต(Pre Production Stage)
                   1.1 การกำหนดประเด็นปัญหาและการศึกษาวิจัยเบื้องต้น(Preliminary Research)
                   1.2 การกำหนดแบบร่างทางความคิดและรายละเอียดประกอบแบบเบื้องต้นตามวัตุประสงค์และ                                 สมมุติฐาน (Concept Render)
               1.3 สร้างแบบสัมภาษณ์เพื่อสำรวจความต้องการออกแบบ(Design Needs Accessment)
              จำนวน 5 ข้อ แล้วพรรณาสรุปประเด็นเพื่อนำผลไปใช้เป็นแนวทางในการออกแบบ
2.ขั้นการพัฒนาและการผลิต(Development and Production Stage)
                  2.1 การศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาแบบ เพื่อเขียนแบบ Working Drawing
  2.2 การศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาแบบ เพื่อเขียนแบบ Assemble Drawing
  2.3 การศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาแบบ เพื่อเขียนแบบ 2 D-3D Presentation
  2.3 การศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาแบบ เพื่อจัดทำ VDO Presentation
3.ขั้นตอนหลังการผลิต(Post Production Stage )
  3.1การตรวจสอบ ทดสอบและสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงาน
                   -ใช้แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจในผลงานออกแบบ
                       จำแนกตามประเด็นของสมมุติฐาน จำนวน 15 ชุด เพื่อใช้สอบถามผู้ที่เข้าชมนิทรรศการผลงาน
                     -วิเคราะห์ข้อมูลโดยการสรุปความคิดเห็น โดยใช้ค่าสถิติร้อยละ
                  3.2 การวิเคราะห์ สรุปผลงาน อภิปรายและข้อเสนอแนะ
14.ขอบเขตโครงการวิจัย : Scope of  Research
                ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาต้นแบบและผลิตผลงานดังนี้คือ
1.       ทำผลงานการออกแบบ-เขียนแบบ 2 มิติ(Working Drawing) แสดงรายละเอียดทั้งรายการออกแบบกราฟฟิก และการพิมพ์ กราฟฟิกบนบรรจุภัณฑ์ อัตลักษณ์ และสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ และ
       การสร้าง  สื่อประชาสัมพันธ์ ณ จุดขาย  รายการประกอบการออกแบบ และต้นแบบกราฟิก
และฉลากของบรรจุภัณฑ์ รวมถึง อัตลักษณ์ และสื่อประชาสัมพันธ์
2.       สร้างภาพจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ 3 มิติ แสดงให้เห็นรายละเอียดและแบบจำลองเหมือนจริง เพื่อใช้ร่วมในการนำเสนอประกอบแบบ 2 มิติ และหรือเพื่อใช้เป็นสื่อในการโฆษณาประชาสัมพันธ์
3.       จัดทำเอกสารรูปเล่มรายงานสรุปผลการวิจัย และนำผลงานวางขายได้จริงตามสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การตั้งชื่อหัวข้องานวิจัย

          ในการตั้งชื่อเรื่องงานวิจัยนั้น จะมีสูตรในการตั้งชื่อเรื่องงานวิจัย คื่อ ( V-PAT ) แต่อย่่างไรก็ตามก็ต้องคำนึงถึง Nation หรือสังคมด้วย ในการทำวิจัยนั้นๆออกมา ( V-PAT )ที่กล่าวมาในข้างต้นประกอบด้วย
        1. V : Varrlabel คือ ตัวแปล คือสิ่งที่นักวิจัยต้องการศึกษาสิ่งนั้นต้องประเมิญค่าออกมาได้
        2. P : Popnlation คือผู้บริโภคจะเป็นผู้วัดผลในงานวิจัย โดยจะใช้ค่า แทน (N)การสุ่มแบบกว้่าง(n)แทนการสุมแบบเจาะจง
        3. A:Are and Time คือ ขอบเขตของการทำงานและพื้นที่

การตั้งชื่อหัวข้องานวิจัย
 ชื่องานวิจัยที่ตั้ง
1.การออกแบบกราฟฟิกบนบรรจุภัณฑ์ท๊อฟฟี่กะทิถั่วแม่บุญนำตามแนวคิดเศษฐกิจสร้างสรรค์
สาขาศิลปกรรมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
2.การออกแบบกราฟฟิกบนบรรจุภัณฑ์ท๊อฟฟี่กะทิถั่วเพื่อดำเนินรอยตามแนวพระราชดำริเศษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ สาขาศิลปกรรมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
3.การออกแบบกราฟฟิกบนบรรจุภัณฑ์เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ตามแนว
เศษฐกิจเชิงสร้างสรรค์สาขาศิลปกรรมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

NOTION

การวิจัยและพัฒนา(Research and Development)
โครงการวิจัย  การพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการ
การส่งเสริมการผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP และการบริหารจัดการชุมชนเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี ผลิตภัณฑ์ทอฟฟี่กะทิถั่วแม่บุญนำฃ

 ผู้เสนอโครงการวิจัย
นายอานนท์ ทองรอด รหัสนักศึกษา 5211302434
หมู่เรียน ศศ.บ.521(4)/13A  กลุ่มเรียน  101 อังคาร13:10-15:50
รายวิชาResearch Methodology in Fine Arts ระเบียบวิธีวิจัยทางศิลปกรรม (ARTI3901)
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลักสูตรสาขาวิชาศิลปกรรม แขนงออกแบบนิเทศศิลป์
 มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม
ประเภทของการวิจัย
                การวิจัยและพัฒนา(Research and Development)
ความสำคัญและที่มาของปัญหาการวิจัย
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นการพัฒนา ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค โดยรูปแบบในการพัฒนาอาจเป็นด้านบรรจุภัณฑ์ หรือตัวผลิตภัณฑ์อาหารก็ได้ งานพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็น อาศัยทั้งระบบและกลยุทธ์ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ (วิชัย, 2550)

การสร้างแนวความคิดผลิตภัณฑ์เป็นขั้นตอนเริ่มต้นสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยอาศัยการเข้าถึงความต้องการหรือความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง การค้นหาความต้องการของผู้บริโภคจำเป็นต้องอาศัยเทคนิคต่างๆ การเลือกใช้เทคนิคใดนั้นขึ้นกับการพิจารณาความเหมาะสม เช่น วัตถุประสงค์ในการสำรวจ งบประมาณ ระยะเวลา และความรู้ความเข้าใจในเทคนิคของผู้ดำเนินงาน

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าสินค้าโอทอปนั้นมีวางขายอยู่ในท้องตลาดจำนวนมาก เนื่องจากขาด

"การเรียนรู้" แต่กลับเป็น "การเลียนแบบ" อย่างที่ทำกันวันนี้ ปัญหาสำคัญของโอทอปเป็นปัญหาเก่าที่เอามาเล่าใหม่ หรือเหมือนน้ำผลไม้เก่าในขวดใหม่  คือ ตั้งโจทย์ผิด จะทำอะไรทีก็ตั้งคำถามว่า "ทำอย่างไร" มีเทคนิควิธีการอะไรดีๆ มีสูตรสำเร็จอะไรบ้าง  ทำอย่างไรจึงจะทำได้เยอะๆ เพื่อจะได้ขายมากๆ ไม่ได้ถามว่า

 "ทำไปทำไม" ( ดร.เสรี พงศ์พิศ )

               ดังนั้นจึงเกิดโครงการ ออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้า เรื่อง แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้แก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์ทอฟฟี่กะทิถั่วแม่บุญนำ

ของจังหวัดกาญจนบุรี ในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอป และการบริหารจัดการชุมชนเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี

ปัญหาของวิจัย
เนื่องจากผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์ทอฟฟี่กะทิถั่วแม่บุญนำเป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ต้องการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตามแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตภัณฑ์

สินค้า โอทอป และการบริหารจัดการชุมชนเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี อันเป็นการเตรียมการให้เหมาะสม สอดคล้องสัมพันธ์ กับแนวคิดของสินค้าและกลยุทธ์ทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตามแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ และเป็นที่ยอมรับในท้องตลาด

วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย
                1.เพื่อออกแบบ-เขียนแบบ ศึกษาและพัฒนาแบบผลิตภัณฑ์ รายการประกอบแบบการผลิต และสร้างต้นแบบการใช้งานและการวางจำหน่าย รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ทอฟฟี่กะทิถั่วแม่บุญนำตามแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอป และการบริหารจัดการชุมชนเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
                2.เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนากระบวนวิธีการออกแบบ อัตลักษณ์และกราฟฟิกบนบรรจุภัณฑ์ และกระบวนการนำเสนอผลงานการสร้างสรรค์ผลงานออกแบบ (Design Presentation) ให้สอดคล้องตามแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตภัณฑ์สินค้า โอทอป และการบริหารจัดการชุมชนเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์


Research Proposal



แบบเสนอโครงการวิจัย

Research Proposal


ผู้เสนอโครงการวิจัย
นายอานนท์ ทองรอด รหัสนักศึกษา5211302434
หมู่เรียน ศศ.บ.521(4)/13A กลุ่มเรียน 101 อังคาร13:10-15:50
รายวิชาResearch Methodology in Fine Arts ระเบียบวิธีวิจัยทางศิลปกรรม (ARTI3901)
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลักสูตรสาขาวิชาศิลปกรรม แขนงออกแบบนิเทศศิลป์
มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม
ชื่อโครงการวิจัย
เรื่อง โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการ
การส่งเสริมการผลิตภัณฑ์สินค้า โอทอป และการบริหารจัดการชุมชนเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี ผลิตภัณฑ์ท๊อปพี่ถั่วลิสง
ความถนัดของผู้เนอโครงการวิจัย
มีความถนัดในเรื่องของการออกแบบกราฟฟิกบนบรรจุภัณฑ์ และการออกแบบสิ่งพิมพ์ และการคิดค้นบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆการเลือกใช้สี และอารมณ์ของการใช้สี ลวดลายต่างๆ
ความถนัดในด้านการใช้งานโปรแกรม
1. Adobe Illustrator CS3 2.Adobe Photoshop CS3 3.Adobe Premiere Pro CS3
4. Adobe In Design CS3 5.Adobe Flash CS3 6.Acrobat8.0
7. Adobe Photoshop CS3 8.Preshow Producer 9.Sketch Up
อยากทำเพราะอะไร
แรงบันดาลใจในการทำวิจัยชิ้นนี้ เหตุผลทางวิชาการเพราะในการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้นเป็นการทำงานที่สามารถวัดความรู้และความสามารถทางศิลปกรรมการออกแบบนิเทศศิลป์ได้เป็นอย่างดีเนื่องจาก องค์ประกอบของการออกแบบผลิตภัณฑ์ ประกอบไปด้วย การออกแบบเอกลักษณ์ การออกแบบอัตลักษณ์ การออกแบบกราฟฟิก การออกแบบสิ่งพิมพ์
ทฤษฎีสีการและ การจัดวางองค์ประกอบ การทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ เขาไว้ด้วยกัน การเลือกงานการออกแบบผลิตภัณฑ์จึงถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีในการนำมาวัดความรู้ของผู้ทำวิจัย ในการศึกษาในสาขาวิการศิลปกรรม การออกแบบนิเทศศิลป์ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของทางภาควิชา ในการจัดทำศิลปะนิพลธ์
แรงบันดาลใจในการช่วยเหลือสังคมเนื่องจากปัญหาของกลุ่มชาวบ้านที่ผลิตสินค้าโอทอปยังขาดความรู้ความเข้าใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดี ในการจัดจำหน่ายและการขนส่งเองก็ดี ทำให้เกิดการขาดทุน เนื่องจาก การขายสินค้าไม่ได้ เพราะ อาจมีราคาแพงเกินไป เนื่องจากต้นทุนในการผลิต หรือ สินค้าดูไม่น่าดึงดูใจ ไม่น่าซื้อ ทำให้เกินหนี้เสีย และการขาดทุนและล้มละลายของกลุ่มแม่บ้านผู้ผลิต และสินค้าโอทอป ทำให้ตัวผู้วิจัยเอง อยากที่จะช่วยเหลือชาวบ้าน โดยการแนะนำและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มแม่บ้านให้ดีขึ้น
ประเด็นสำคัญของปัญหา
1. เพราะอะไรจึงต้องทำโครงการนี้
เพราะต้องช่วยเหลือกลุ่มแม่บ้านไม่ให้เป็นหนี้และล้มเลิกโครงการโอทอป และเป็นการขยายตลาดในการขายสินค้าเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และเป็น การวัดความรู้และความสามารถของผู้ทำวิจัยในเรื่องที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาในการเป็นผู้ออกแบบที่ดี และมีความรับผิดชอบและช่วยเหลือและพัฒนาสังคม
2. ทำให้ใคร/ที่ไหน

การทำโครงการครั้งนี้จัดทำการวิจัยขึ้นเพื่อ กลุ่มสตรีอาสาพัฒนาตำบลบ้านใหม่ 33หมู่1 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ตามโครงการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการการส่งเสริมการผลิตภัณฑ์สินค้าOTOP และการบริหารจัดการชุมชนเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี
3. ทำอย่างไร
2.1ในการจัดทำโรงการวิจัยในครั้งนี้ จะเริ่มจากการเข้าพบกลุ่มแม่บ้านและศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ในด้านการผลิต การจัดจำหน่าย และการตลาด สานที่จัดจำหน่าย โรงงานการผลิต และบรรจุภัณฑ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

2.2 การออกแบบการออกแบบเอกลักษณ์ การออกแบบอัตลักษณ์ การออกแบบกราฟฟิก การออกแบบสิ่งพิมพ์ การจัดวางองค์ประกอบในฉลากหรือบันจุภัณฑ์และการออกแบบสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์

2.3การนำเอาองค์ประกอบที่ออกแบบทั้งหมดไปใช้จริงในการผลิตสินค้า และการประชาสัมพันธ์

4. มีประโยชน์อย่างไร เพื่อช่วยในการพัฒนากลุ่มแม่บ้านสตรีอาสาพัฒนาตำบลบ้านใหม่ ให้มีรายได้และช่วยเหลือต้นเองได้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ระดับรากหญ้าของประเทศ ไม่ให้เกิดหนี้เสีย และเกิดก่อรายได้ให้แก่ชุมชนและครอบครัวกลุ่มแม่บ้าน และเป็นการช่วยส่งเสริมและหนึ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบลให้กับภาครัฐ และ พัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ให้ก่อเกิดการคิดและการพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อเป็นประโยชน์การในพัฒนาตนเองและสังคม


Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...